บทความ

5 ข้อควรรู้ระหว่าง TOEFL VS IELTS เลือกให้ถูกก่อนสอบ

 

 

5 ข้อควรรู้ระหว่าง TOEFL VS IELTS เลือกให้ถูกก่อนสอบ พี่ติวเตอร์เชื่อว่า น้อง ๆ หลายคน คงกำลังสับสนกันอยู่ไม่น้อยนะคะ ระหว่างการสอบ TOEFL และ IELTS เนี่ยจะเลือกสอบอะไรดี เพราะต่างการเป็นการทดสอบทักษะทางภาษาอังกฤษ และสามารถทำไปใช้ในการเรียนต่อและทำงานที่ต่างประเทศได้ด้วยกันทั้งคู่ แน่นอนว่าการสอบทั้งสองอย่างนี้ต้องมีข้อแตกต่างกันอยู่ วันนี้พี่ติวเตอร์จะมาไขข้อสงสัยของข้อสอบ TOEFL และ IELTS ว่าน้อง ๆ ควรเลือกสอบอะไร นะคะ

  1. ระบบคะแนนที่แตกต่างกัน

สิ่งแรกที่น้อง ๆ ควรรู้คือ การวัดผลคะแนนของการสอบ TOEFL และ IELTS มีความแตกต่างกันอยู่มากนะคะ โดยการวัดผลคะแนนสอบ TOEFL จะแบ่งตามทักษะที่สอบและนำผลคะแนนทั้งหมดมารวมกันเป็นผลคะแนนทั้งหมด เช่น TOEFL iBT 120 คะแนน จะแบ่งเป็นทักษะละ 30 คะแนน คะแนนรวมของทุกทักษะจะบอกถึงความถนัดทางภาษาของเราว่าได้กี่คะแนน

ส่วนผลคะแนนการสอบ IELTS นั้น จะอยู่ระหว่าง 1-9 คะแนน ของในทุกทักษะ ทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งระดับต่ำสุดคือ 1 คะแนน สูงสุดคือ 9 คะแนน นั้นหมายความว่า น้อง ๆ สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับดีมาก  

  1. รูปแบบการสอบที่ไม่เหมือนกัน
พาร์ทการอ่าน
  • รูปแบบการสอบ TOEFL น้อง ๆ จะต้องอ่านบทความที่มีความยาวประมาณ 3-5 ย่อหน้าสั้น ๆ และตอบคำถามแบบ Multiple choice ภายในระยะเวลา 20 นาที ซึ่งหัวข้อในการสอบจะเป็นวิชาการทั้งสิ้น
  • IELTS นั้นในพาร์ทการอ่านจะมีหัวข้อในการสอบ 3 หัวข้อด้วยกัน และในแต่ละส่วนน้อง ๆ จะมีเวลาในการตอบคำถาม 20 นาทีเท่านั้น ในแต่ละพาร์ทจะมีคำถามหลากหลายรูปแบบมากกว่าการสอบ TOEFL ทั้งการเติมคำในช่องว่าง เลือกข้อถูกผิด หรือจะเป็น Multiple choice เป็นต้น
พาร์ทการฟัง
  • ในข้อสอบ TOEFL จะมีเวลาในการทำข้อสอบส่วนนี้ประมาณ 40-60 นาที โดยอาจจะเป็นการบรรยายหรือบทสนทนา การสอบคำถามจะเป็นแบบ Multiple choice ซึ่งจะต้องตอบคำถามให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • ส่วน IELTS นั้น จะเป็นการตอบคำถามที่มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งน้อง ๆ จะต้องฟังและตอบคำถามของข้อสอบในพาร์ทนี้ไปพร้อม ๆ กัน  และความยาวในการสอบจะไม่แน่นอนเหมือนกับการสอบ TOEFL ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามบทสนทนา
พาร์ทการเขียน
  • พาร์ทการเขียนของข้อสอบ TOEFL นั้น จะใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด Lesson1 จะระบุให้น้อง ๆ เขียนเรียงความประมาณ 5 ย่อหน้า มีความยาวของบทความอยู่ที่ 300-500 คำ และในส่วนที่ 2 จะต้องอ่านบทความและฟังการบรรยายในหัวข้อที่ได้กำหนดไว้ จากนั้นน้อง ๆ จะต้องเขียนเรียงความที่มีความยาวประมาณ 150-225 คำ ตามโจทย์ที่ข้อสอบได้กำหนดไว้
  • สำหรับพาร์ทการเขียนของ IELTS จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อสอบจะให้น้อง ๆ เขียนอธิบายถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เห็น โดยอาจจะเป็นตาราง กราฟ และแผนภาพต่าง ๆ ซึ่งจะต้องเขียนเรียงความยาวประมาณ 200-250 คำ และในส่วนที่ 2 น้อง ๆ จะต้องเขียนเรียงความแสดงความคิดเห็นต่อหัวข้อที่เป็นที่ถกเถียงกัน มีความยาวประมาณ 300 คำขึ้นไป
พาร์ทการพูด
  • การทำข้อสอบ TOEFL ในส่วนของพาร์ทการพูดนี้ น้อง ๆ จะต้องตอบคำถามกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีเวลาในการทำข้อสอบส่วนนี้อยู่ประมาณ 45-60 วินาที โดยจะเป็นคำถามเกี่ยวกับบทสนทนาและคำบรรยายสั้น ๆ อีก 6 คำถาม ใช้เวลา 20 นาทีในการตอบ
  • ข้อสอบการพูดของ IELTS นั้น จะแตกต่างกับการสอบของ TOEFL ตรงที่น้อง ๆ จะต้องทำการสอบต่อหน้าคณะกรรมการที่เป็นชาวต่างชาติโดยตรง และจะเริ่มพูดด้วยการแนะนำตัว ตอบคำถามหรือหัวข้อตามที่คณะกรรมการกำหนด และจะต้องจบด้วยการอภิปรายถึงหัวข้อที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ โดยจะใช้เวลาในการทำข้อสอบ ประมาณ 12-14 นาที
  1. ความนิยมในการสอบ TOEFL และ IELTS

โดยทั่วไปแล้วการสอบ IELTS จะนิยมกันมากในสหราชอาณาจักรและยุโรป ส่วนการสอบ TOEFL จะนิยมสอบกันในสหรัฐอเมริกา แต่ในปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เริ่มยอมรับผลการสอบทั้ง 2 แบบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในสหราชอาณาจักรหรือในสหรัฐอเมริกาก็ตาม ซึ่งน้อง ๆ เลือกสอบอะไรก็ได้

  1. เวลาในการทำข้อสอบ

การสอบ TOEFL นั้นจะใช้เวลาในการทำข้อสอบทั้งหมด โดยประมาณที่ 4.5 ชั่วโมง ซึ่งทำในระบบคอมพิวเตอร์ จึงทำให้มีระยะเวลาในการทำข้อสอบที่แน่นอน ส่วนการทำข้อสอบ IELTS จะใช้เวลาในการทำข้อสอบอยู่ที่ 2 ชั่วโมง 45 นาที รวมถึงเวลาที่ใช้สอบพูดกับคณะกรรมการด้วย ซึ่งน้อง ๆ สามารถฝึกทำข้อสอบทั้ง TOEFL และ IELTS ให้มีความเคยชินนะคะ

  1. สอบอะไรดี ระหว่าง TOEFL หรือ IELTS

 

 

อย่างที่ทราบกันดีนะคะ ว่าข้อสอบทั้ง 2 แบบนี้ ได้รับการยอมรับในระดับสากลจากทั้งใน สหรัฐอเมริกา

สหราชอาณาจักรและยุโรป ฉะนั้นน้อง ๆ สามารถเลือกสอบได้ตามความถนัดของตัวเองจะดีที่สุดค่ะ

ซึ่งน้อง ๆ สามารถคำนึงถึงข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • การออกเสียงทั้งแบบ British หรือ American มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ถึงแม้น้อง ๆ จะมีความคุ้นเคยกับสำเนียงอเมริกัน แต่ก็อาจจะรู้สึกได้ว่าสำเนียงภาษาอังกฤษในการสอบ IELTS ฟังยากกว่านิดหน่อย แต่ก็สามารถมีผลต่อคะแนนในการสอบได้เช่นกัน  
  • รูปแบบการสอบในพาร์ทการเขียนเรียงความ มีส่วนที่แตกต่างกันอยู่ คือ ในการสอบแบบ multiple choice ของ TOEFL น้อง ๆ จะต้องใช้ความมีเหตุและผล รวมถึงความสามารถในการจิตนาการในการทำข้อสอบอยู่บ้าง แต่การตอบคำถามของ IELTS น้อง ๆ จะต้องตอบคำถามแนวเรียงความ เช่น ฟังและเติมคำในช่องว่าง หรือตอบคำถามจากการอ่านหรือบทสนทนา ซึ่งจะเน้นความจำดีและการจดโน๊ตเป็นสำคัญ
  • ส่วนการตอบคำถามของการสอบ TOEFL จะมีเพียงคำตอบที่ถูกหรือผิด แต่ในขณะที่การสอบ IELTS นั้น จะมีตัวเลือกอย่าง ไม่ได้มีการพูดถึงข้อมูลดังกว่าง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญหากถูกถามให้อภิปรายหัวข้อในการสอบ
  • รายละเอียดในการสอบที่แตกต่างกัน ซึ่งการสอบ TOEFL ในส่วนนี้น้อง ๆ อาจจะบอกถึงการใช้แกรมม่าผิดไปบ้าง แต่ถ้าบทความได้รับการพูดถึงอย่างละเอียดและมีคำศัพท์ที่ถูกต้องก็ยังได้คะแนน แต่ถ้าเป็นการสอบ IELTS จะต้องแป๊ะทุกรายละเอียดทั้งรูปแบบการเขียนและคำศัพท์ด้วย

อย่างไรก็ถาม ถึงแม้กว่าการสอบ TOEFL หรือ IELTS จะเป็นการสอบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลก็ตาม แต่ถ้าน้อง ๆ เลือกสอบตามความถนัดของตนเอง มีการฝึกฝนการทำข้อสอบมาอย่างเต็มที่ พี่ติวเตอร์รับรองเลยนะคะว่า ได้คะแนนเยอะแน่นอน ค่ะ

สำหรับใครอีกหลายคนที่กำลังมองหาติวเตอร์ TutorBay จึงมีการอำนวยความสะดวกให้แก่ทุกคนในการศึกษาโดยมีแอพพลิเคชั่นหาติวเตอร์ ครูสอนพิเศษ หาติวเตอร์ต่อตัว เพื่อเป็นการตอบโจทย์กับความต้องการของนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการหาติวเตอร์สอนพิเศษ เพราะในบ้างครั้งอาจจะไม่คอยเข้าใจบทเรียนในห้อง จึงต้องการหาติวเตอร์เพื่อทำความเข้าใจกับบทเรียน ด้วยสมัครนี้นักเรียน นักศึกษา ในห้องเรียนมีจำนวนมากครูหรืออาจารย์ ผู้สอนอาจจะเข้าถึงได้ไม่ทุกคน จึงทำให้คุณต้องหาติวเตอร์ ติวเป็นพิเศษในการเตรียมความพร้อมด้านการศึกษา

ติวเตอร์หรือครูสอนพิเศษมีมากมายให้คุณได้เลือก แต่จะถูกใจคุณรึเปล่านี่ก็ต้องเสี่ยงกันอีกที ฉะนั้นแล้ว TutorBay อยากจะแนะนำสำหรับใครที่หาติวเตอร์อยู่ตอนนี้ ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นในการหาติวเตอร์เพราะมีการพูดคุยกับติวเตอร์และหาติวเตอร์ผ่านแอพพลิเคชั่นได้เลย เพื่อเป็นการตอบโจทย์ในการหาติวเตอร์และตรงกับความต้องการของคุณไม่ว่าเป็นจะเป็น ติวเตอร์ภาษาไทย ติวเตอร์ภาษาอังกฤษ ติวเตอร์วิชาวิทยาศาสตร์ ติวเตอร์คณิตศาสตร์ ติวเตอร์ภาษาจีน ติวเตอร์ภาษญี่ปุ่น เป็นต้น หรือคุณต้องการหาติวเตอร์ตัวต่อตัวก็มีเช่นกัน ดังนั้นใครที่หาติวเตอร์สอนพิเศษอยู่ก็อย่าลืมดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหาติวเตอร์มาใช้งานกันนะคะ เพียงสแกนคิว QR CODE แล้วสมัครเป็นสมาชิกก็หาติวเตอร์ได้ตรงกับความต้องการของคุณอย่างแน่นอน

บริษัท ไทยแวร์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด

สำนักงานใหญ่ เลขที่ 69/6 อาคาร ตั้งฮั่วปัก ตึกบี ชั้น 4 ห้อง 3

ซอยศึกษาวิทยา ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. 10500

โทรศัพท์ : 02-635-0455 กด 5

โทรสาร : 02-635-0745

อีเมล์ : info@tutorbay.com

ขอบคุณข้อมูลจาก https://teen.mthai.com

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.freepik.com